Subscribe

RSS Feed (xml)

Powered By

Skin Design:
Free Blogger Skins

Powered by Blogger

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบนำร่อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบนำร่อง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ระบบนำทางใช้อย่างไรไม่หลงทาง?

การใช้เนวิเกเตอร์ใน การนำทางนั้นต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับการทำงานของซอฟต์แวร์ การแสดงผลและเสียงบอกนำทางของเครื่องก่อนจึงจะใช้งานได้อย่างดี สิ่งที่ควรทราบคือ เนื่องจากซอฟต์แวร์นำทางเกือบทั้งหมดเขียนในต่างประเทศ ซึ่งการออกแบบถนนไม่ได้เป็นแบบบ้านเรา ทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่างขึ้น เช่น

1. ถนนยกระดับ ซึ่งในกรุงเทพมีถนนซ้อนกันพอสมควรทำให้เครื่องงงว่าเราอยู่ด้านบนหรือด้าน ล่าง แต่ในประเทศเช่นอเมริกาเท่าที่เห็นจะไม่มีการสร้างถนนยกระดับซ้อนกับถนนด้าน ล่าง การออกแบบซอฟต์แวร์จึงไม่รองรับเรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานนั้นไม่ควรจะดูแต่การนำทางเฉพาะหน้าเท่านั้น ควรศึกษาเส้นทางที่เครื่องเลือกให้เดินทางและจดจำเส้นทางไว้ในใจด้วย อย่าพึ่งแต่เครื่องอย่างเดียว

2. ทางแยกสะพานต่างระดับที่ซับซ้อน รวมทั้งทางต่างระดับในทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ ที่เพิ่งเจอเมื่อวานคือถนนวิภาวดีจะไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ตอนนี้มีสะพานข้ามไป เนื่องจากไม่ได้ไปแถวนั้นบ่อยนักก็จะงงว่าเส้นไหนกันแน่ เพราะเริ่มจากเส้นเดียวแต่แตกออกไป 3 ทางแยก ณ จุดเดียวกัน หากฟังเสียงอย่างเดียวอาจจะหลงได้ ต้องดูเส้นนำทางประกอบรวมทั้งป้ายจราจรด้วย เช่นเดียวกับข้อแรกคือหากศึกษาเส้นทางของเครื่องก่อนก็จะดี

3. อย่าขับตามเครื่องตลอด ถ้ารู้ทางบางส่วนอยู่แล้วให้ขับตามใจเรา ถ้าเราขับตามทางที่เราชอบเครื่องจะคำนวณเส้นทางใหม่เอง พอไปบริเวณที่ไม่รู้ค่อยเชื่อเครื่อง ถ้าไม่รู้อะไรเลยก็เชื่อเครื่องตลอด

4. นำทางในเมืองอยู่ดีๆ คำนวณเส้นทางใหม่เอง แม้ว่าไม่ได้เลี้ยวผิดหรือจอดอยู่เฉยๆ อันนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณตึกสูงซึ่งจะบังสัญญาณทำให้ตำแหน่งแกว่ง เครื่องก็จะงงว่าอยู่ตรงไหนกันแน่ อันนี้ก็เช่นเดียวกันให้ดูในหน้าจอสรุปเส้นทางแล้วจดจำไว้ว่าเลี้ยวที่ไหนไป อย่างไรบ้างคร่าวๆ ก็จะช่วยได้ ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางไว้เลยมึนแน่นอนครับถ้าไปบริเวณที่มีตึกหนาแน่น

5. กฎจราจร บางครั้งอาจจะเจอว่าเครื่องบอกให้เลี้ยวขณะที่ป้ายจราจรบอกเลี้ยวไม่ได้ ก็อาจจะผิดพลาดตอนเก็บข้อมูลหรือตำรวจเปลี่ยนการจราจร ก็ต้องเชื่อป้าย

6. เสียงบอกนำทางกับเส้นนำทางไม่ตรงกัน อันนี้ก็เกิดขึ้นได้จากการโปรแกรมที่ไม่ถูกต้อง ต้องดูเส้นนำทางเป็นหลัก

7. พาเข้าซอยตัน เคยเจอหนึ่งครั้ง ก็ให้เครื่องคำนวณใหม่โดยถอยหลังกลับแล้วดูแผนที่ในเครื่องประกอบ

8. พาไปไม่ถึงจุดหมาย แต่พาอ้อมไปบริเวณใกล้เคียง อันนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการสร้างจุดหมายของเราในบริเวณที่ไม่มีถนนในแผนที่ ทำให้เครื่องคำนวณไปยังจุดที่ใกล้จุดนั้นที่สุดตามข้อมูลแผนที่ ดังนั้นจะสร้างตำแหน่งบ้านหรือจุดอื่นๆ เอง ให้ดูว่ามีถนนหน้าบ้านหรือไม่ ถ้าไม่มีให้ไปสร้างตำแหน่งที่มีถนนบริเวณเป็นจุดสุดท้ายซึ่งใกล้และเป็นถนน ที่ไปยังจุดหมาย

9. เส้นทางที่เครื่องเลือกให้ไม่ถูกใจ ทำไงดี มี 2 ทางคือ ส่วนที่รู้ให้ขับตามทางที่เราชอบเครื่องจะคำนวณเส้นทางใหม่เอง พอไปบริเวณที่ไม่รู้ค่อยเชื่อเครื่อง ที่เป็นเช่นนี้เพราะเครื่องไม่มีข้อมูลจราจรมาประกอบนอกจากความเร็วเฉลี่ย ที่ถูกโปรแกรมมาเป็นค่าคงที่ แต่ถ้าเมื่อใดมีข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์มาประกอบเชื่อเครื่องน่าจะดีกว่า ครับ อีกวิธีก็ใช้การแต่งเส้นทางโดยสร้างจุดแวะให้เครื่องวิ่งไปในทางที่ชอบ หรือเครื่องที่สร้างเส้นทางได้ก็สร้างเส้นทางเก็บเอาไว้

ทั้งนี้ก็สรุปได้ว่าเนวิเกเตอร์เป็น เครื่องช่วยในการนำทางแต่ผู้ขับขี่ก็คือผู้กุมพวงมาลัย และเป็นผู้นำทางตัวจริง อย่าทิ้งความสามารถนี้ไปและพึ่งแต่เครื่อง ให้ศึกษาเส้นทางที่เครื่องแนะนำก่อนออกเดินทาง ดูในจุดที่น่าจะเป็นปัญหา จดจำเส้นทางคร่าวๆไว้เองด้วย และหากไปไกลศึกษาแผนที่กระดาษประกอบด้วยก็จะใช้เนวิเกเตอร์ได้อย่างมีความสุขครับ

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

ระบบนำทาง ( Navigator )

หากถามว่าระบบนำทางในรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่ไกลตัวหรือไม่ถ้าเป็นสักสิบ ปีหรือยี่สิบปีที่แล้วก็อาจจะบอกได้ว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเหลือเกินเพราะ ความ ทันสมัยหรือความเป็นเทคโนโลยีสิ่งนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเป็น

แต่ปัจจุบัน “เนวิเกเตอร์” (Navigator) หรือที่เราเรียกว่าระบบนำร่องหรือระบบนำทางเข้ามามีบทบาทในรถยนต์มากยิ่ง ขึ้นในต่างประเทศหากลองสังเกตดูรถยนต์ส่วนใหญ่ จะมีการติดตั้งระบบนำทางกันหมดแล้ว เพราะการใช้งานไม่ได้ มีความยุ่งยากแต่อย่างใดและเขาถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นด้วยซ้ำไป สำหรับในเมืองไทยโตโยต้าถือเป็นผู้ผลิตรายแรกที่มีการติดตั้งระบบนำทางในรถ ยนต์ หรือ คาร์ เนวิเกเตอร์ (Car Navigator) โดยทำการติดตั้งในรถยนตโตโยต้ารุ่นคัมรี่ สำหรับคาร์เนวิเกเตอร์จะนำทางด้วยระบบจีพีเอสพร้อมระบบแผนที่ ดิจิตอลที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง76จังหวัดทั่วประเทศไทยระบบนำทางจะแสดง ตำแหน่งปัจจุบันของรถยนต์บนเส้นทางขณะที่รถเคลื่อนที่ซึ่งจีพีเอสจะรับ สัญญาณจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกเพื่อคำนวณหาค่าพิกัด ตำแหน่งของรถแล้ว แสดงตำแหน่งบนแผนที่ดิจิตอลที่หน้าจอตลอดการเดินทาง โดยแผนที่จะซูมเข้า-ออกอัตโนมัติตามความเร็วของรถ เพื่อให้การ มองเห็นเป็นไปอย่างชัดเจนนอกจากนี้หากเราต้องการค้นหาสถานที่ ต่างๆเช่นร้านอาหารโรงพยาบาลสถานีบริการน้ำมันหรือแม้แต่ผู้แทนจำหน่าย รถยนต์โตโยต้าทั่วประเทศเราก็สามารถค้นหาได้จากแผนที่ดิจิตอล อีกทั้งยังสามารถให้ระบบค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุดเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง และ นำทางไปยังสถานที่นั้นๆด้วยเสียงพูดตลอดการเดินทาง

สำหรับอุปกรณ์นำทางนี้ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ

  1. เสารับสัญญาณจีพีเอส ทำหน้าที่รับสัญญาณ ดาวเทียม เพื่อให้กล่องควบคุม คำนวณตำแหน่งปัจจุบันของรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเสารับสัญญาณนี้จะติดตั้งไว้ที่ด้านหน้าคอนโซล
  2. แผงรับสัญญาณอินฟาเรด จะรับคำสั่งจากรีโมทคอนโทรล ซึ่งติดตั้งอยู่หลัง พวงมาลัยทางด้านซ้าย
  3. รีโมทคอนโทรล เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการสั่งงานอุปกรณ์นำทาง
  4. กล่องควบคุม เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่บรรจุแผนที่และข้อมูลสถานที่ต่างๆไว้ กล่องควบคุมนี้มีหน้าที่ด้านการคำนวณต่างๆ อีกทั้งยังมีมีระบบชดเชยสัญญาณจีพีเอส คำนวณความเร็วและทิศทางการเคลื่อนที่ของรถเพื่อใช้ชดเชยสัญญาณจีพีเอสในขณะ ที่ ไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้ครบทั้ง 3 ดวงเมื่อเราได้รู้กันแบบนี้แล้วว่าระบบนำทางในรถยนต์ หรือ คาร์ เนวิเกเตอร์ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและไกลตัวอีกต่อไป แต่กลับเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการนำทาง ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทางโตโยต้าได้นำมาติดตั้งในรถยนต์รุ่นคัมรี่และรุ่น วิช