Subscribe

RSS Feed (xml)

Powered By

Skin Design:
Free Blogger Skins

Powered by Blogger

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BMW แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BMW แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

BMW M8 Hybird

BMW M8 Hybird Vision EfficientDynamics concept


จากครั้งแรกที่เราเห็น BMW เปิดตัว Vision EfficientDynamic concept ที่่งาน Frankfurt Motor Show มาวันนี้นิตยสาร Autozeitung ของเยอรมันรายงานว่า BMW sport ใหม่นี้อาจมี codename “M8″ และที่สำคัญ hybrid motor จากแนวคิดจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วย
จากการใช้ electric motor ทั้งหมด มีข่าวลือว่า M8 production จะใช้เครื่องยนต์ E60 ของ M5 , V10 5ลิตร พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่จะติดตั้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมอเตอร์ไฟฟ้านี้จะให้กำลัง 150 แรงม้า และเมื่อรวมกับเครื่องยนต์ V10 กำลังขับที่ได้ทั้งหมดจะอยู่ระหว่าง 600-700 แรงม้าเลยทีเดียว



นิตยสารนี้ยังรายงานอีกว่า M8 จะมีช่วงตัวรถยาวขึ้น 5 นิ้วจากเดิม โดยยังคงที่นั่ง 2+2 เช่นเดิม และถ้าโปรเจคนี้ยังคงเป็นไปตามแผน BMW hybrid super car นี้อาจเปิดตัวได้ในปี 2012

 

 

 

 

 

This posting includes an audio/video/photo media file: Download Now

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

BMW กับแนวคิด ‘รักรถ รักษ์โลก’

BMW X1
บีเอ็มฯบุกมอเตอร์โชว์เต็มสูบ เปิดตัวครอสโอเวอร์ X1 เคาะราคาไม่เกิน 3.8 ล้าน งัดกลยุทธ์ไพรซิ่ง เปิดตัวซีรีส์ 7 เครื่องเบนซิน 3.0 ลิตร เคาะราคาต่ำกว่าคู่แข่งร่วม 5 แสน ส่งซีรีส์ 3 ตัวเล็กสุดลุยตลาดคอมแพ็กต์ เคาะราคาต่ำกว่ารุ่นเดิมร่วมแสน
นายมิคาเอล คอร์ดิส ประธาน บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘รักรถ รักษ์โลก’ หรือ ‘Ecology Driving Save the Earth’ ของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 31 ทางบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยี Efficient Dynamics ที่เหนือชั้น ซึ่งเป็นการตอบโจทย์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถสัมผัสได้จริงสำหรับลูกค้า เทคโนโลยี Efficient Dynamics นี้ นอกจากจะทำให้รถยนต์มีสมรรถนะสูงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังจะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเมืองไทย สำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ BMW X1 ที่เพิ่งได้รับรางวัล ‘Off-Road of the Year’ ในคลาส Crossover จุดเด่นของ BMW X1 คือการที่มันเป็นรถแบบ Crossover ที่เน้นความสปอร์ตคล่องตัวอย่างมีสไตล์ ราคาอยู่ระหว่าง 3.5-3.8 ล้านบาท ในส่วนของมินิ ก็จะมีการจัดแสดงรถยนต์มินิรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี MINI 50 Mayfair และ Camden ซึ่งกำลังจะหยุดการผลิตในไม่ช้านี้ พร้อมกับการเปิดตัว BMW S 1000 RR ซึ่งเป็นซูเปอร์ไบค์คันแรกจากบีเอ็มดับเบิลยู การบุกตลาดอย่างครบทุกเซ็กเมนต์ในปีนี้ ทำให้บริษัทคาดว่า จะมียอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 10 %

BMW 740Li
“หลังจากความสำเร็จของ BMW 740Li และ BMW 730Ld ซึ่งเป็นสุดยอดรถยนต์ระดับซูเปอร์ซาลูนสำหรับเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้เสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับซูเปอร์ซาลูนด้วย BMW 730Li เครื่องยนต์เบนซินที่ให้สมรรถนะสูง ที่สามารถใช้พลังงานทางเลือกแก๊สโซฮอล์ E20 ได้แล้ว มันยังเป็นรถระดับซูเปอร์ซาลูนที่มีอัตราการประหยัดน้ำมันและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดีที่สุดในคลาสคันหนึ่ง โดยตั้งราคาจำหน่ายเพียง 7.299 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาแนะนำสำหรับ 100 คันเท่านั้น และมีราคาถูกกว่าคู่แข่ง ประมาณ 500,000 บาท ”
ประธาน บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยัง BMW 325i Sport สุดยอดแห่งสปอร์ตซีดานที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EfficientDynamics และสามารถใช้พลังงานทางเลือกแก๊สโซ ฮอล์ E20 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 218 แรงม้า ผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 48 คันนี้ ในราคา 3.799 ล้านบาท พร้อมกันนี้ บริษัทยังเปิดตัว BMW 318i รุ่นเริ่มต้น ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่เน้นความ คุ้มค่า ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 2.299 ล้านบาท หรือลดลงจากรุ่นเดิมประมาณ 100,000 บาท
ในส่วนของแบรนด์มินิ จะเปิดตัว MINI 50 Mayfair และ MINI 50 Camden รุ่นพิเศษที่ถูกผลิตขึ้นมาในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีนี้ โดยตั้งราคาจำหน่าย 2.6 ล้านบาทและ 3 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เบนซ์-บีเอ็มฯ ชิงนำรถหรูงัดกลยุทธ์-สินค้าดึงลูกค้า





สองค่ายท็อปรถหรู “เมอร์ เซเดส-เบนซ์” และ “บีเอ็มดับเบิลยู” เปิดศึกชิงตำแหน่งเบอร์ 1 ตลาดพรีเมี่ยม งัดกลยุทธ์ทุกรูปแบบชนกันแบบหมัดต่อ หมัด หวังปั๊มยอดขายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดงานภายในองค์กร ตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย พร้อมกับเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการ ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะแนะนำสู่ตลาด ต่างขนมาฟัดกันอย่างดุเดือด ค่ายดาวสามแฉกเปิดตัว “อี-คลาส” ใหม่ เวอร์ชั่นซีเคดีเคาะราคา 4.999 ล้านบาท และจะมีรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบทยอยตามมา พร้อมกันนี้ยังเปิด “เอส-คลา ส” ใหม่ ราคา 7.799-10.999 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีเตรียมพบสปอร์ตปีกนก SLS AMG ที่มาพร้อมกับขุมพลัง 563 แรงม้า ขณะที่ค่ายใบพัดสีฟ้าไม่น้อยหน้า เปิดตัว 320i SE DVD+Navigator E20 กดราคาลงมา 1.5 แสนบาท และเตรียมนำเข้าอีกหลากรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่น X1 คอมแพ็คต์เอสยูวีใหม่, Z4 sDrive35is, ซีรี่ย์ 3 คูเป้ และคอนเวิร์ทติเบิลใหม่ ส่วนไฮไลต์ “ซีรี่ส์ 5” โฉมใหม่ นับจากเดือนมีนาคมไปอีก 9 เดือน เตรียมขึ้นไลน์ประกอบในไทย สำหรับแบรนด์ในเครืออย่าง “มินิ” จะนำเข้าตัวถังใหม่ล่าสุดแบบ 4 ประตู “Countryman” มาเอาใจแฟนๆ ปลายปีนี้แน่นอน “เมอร์เซเดส-เบนซ์จะรักษาความเป็นผู้นำของตลาดรถหรูไว้ โดยปรัชญาของการดำเนินงานของเรา คือ เป็นอันดับ 1 ของตลาด แต่ปฏิบัติตัวเหมือนกับเป็นอันดับ 2 หรือ 3 เพื่อที่จะได้ไม่หยุดนิ่ง และเดินหน้าการทำงาน และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ”

นั่นเป็นคำกล่าวของ “ศ.ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์” ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทย) จำกัด ในการแถลงข่าวถึงแผนการดำเนินงานของเมอร์เซเดส -เบนซ์ประจำปี 2553 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่คู่แข่งเบอร์ 1 อย่างบีเอ็มดับเบิลยูก็ไม่น้อยหน้า ถัดมาในวันแรกของสัปดาห์นี้(25 ม.ค.) ได้แถลงทิศทางการดำเนินงาน นำโดย “มิคาเอล คอร์ดิส” ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศให้ผู้บริโภครับทราบทีเด็ดปีนี้เช่นกัน

“ในปีนี้บีเอ็มดับเบิลยูมุ่งที่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ และจะมุ่งเน้นการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์และ การให้บริการที่ดีเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าของเรา และนี่จะเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อชิงตำแหน่งผู้ นำในเซ็กเมนท์พรีเมี่ยม”จากการประกาศของสองบอสใหญ่ค่ายผู้นำตลาดรถหรู คงเห็นสัญญาณของการแข่งขันพอสมควร ส่วนการที่จะผลักดันให้บรรลุตาม เป้าหมายนั้น ทั้งสองค่ายต่างงัดกลยุทธ์ออกมาใช้ครบครัน ตั้งแต่การเพิ่มศักยภาพทีมงาน เครือข่าย และแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจจะเลือกใคร?

เริ่มกันที่เจ้าตลาดค่ายเมอร์ เซเดส-เบนซ์ ที่ประกาศงัดกลยุทธ์ Triple Trust ด้วยการเพิ่มความใกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจ ทั้งในส่วนของทีมงาน ตัวแทนจำหน่าย และผู้บริโภค เพื่อที่จะทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องใกล้ชิดผู้บริโภค เพราะจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลเชิง ลึก สำหรับตอบสนองความต้องการ หรือปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

ในส่วนของการบริการหลังการขาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ใช้หลังกา รบริหาร 3Q++ อันมาจาก Quality และ Qualify ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ งานบริการหลังการขาย ที่ช่างเทคนิคไม่เพียงซ่อมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ ทั่วไป แต่จะต้องมีช่างที่เจาะลึกลงไปเฉพาะด้านของตัวรถ เพราะปัจจุบันรถยนต์มีเทคโนโลยีระดับสูง ความรู้ความสามารถทั่วๆ ไปอาจจะไม่เพียงพอ หรือแม้แต่งานบริการก็ต้องปรับปรุงตั้งแต่ราย ละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการเรียกสรรพนามลูกค้า เป็นต้น ขณะเดียวกันราคาของอะไหล่ หรือการเข้าบริการหลังการขายต้องเหมาะ สม ส่วนเรื่องของเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ยังเตรียมเพิ่มในพื้นที่ที่ยังว่างมากขึ้น เช่น พื้นที่ทางจังหวัดเชียงราย หรือช่วงระหว่างจังหวัดเพชรบุรีถึงชุมพร เป็นต้น
ทางด้านค่ายใบพัดสีฟ้าบีเอ็ม ดับเบิลยู เร่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเช่นกัน โดยวางแผนการขยายระบบเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง สำหรับรองรับการเติบโตของตลาด และเพิ่มศักยภาพการบริการลูกค้า รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร BMW Training Academy ซึ่งพร้อมดำเนินงานเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของการอบรมด้านเทคนิคและด้าน การบริหารการให้บริการ สำหรับทั้งในส่วนการขายและบริการหลังการขาย รองรับการเพิ่มศักยภาพการบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับ ลูกค้า

และแน่นอนที่เป็นตัวตัดสินสำคัญ ย่อมต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะ แนะนำสู่ตลาดปีนี้ ซึ่งค่ายบีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเพิ่มทางเลือก ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดแนะนำบีเอ็มดับเบิลยู 320i SE DVD+Navigator E20 นับเป็นรถคันแรกของซี่รี่ส์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 จึงได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีสรรพสามิตรลดลง ส่งผลราคาจำหน่ายเคาะที่ 2.599 ล้านบาท ลดลงจากเดิมประมาณ 1.5 แสนบาท สำหรับโฉมใหม่ ของซีรี่ส์ 5 ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกเดือนมีนาคม เนื่องจากบีเอ็มดับเบิลยูต้องรอดูความพร้อมของบริษัทแม่ที่จะส่ง รถสำเร็จรูปให้ได้เมื่อไหร่ และหวั่นผู้นำเข้าอิสระหรือเกรย์มาร์ เก็ต จะนำเข้ามากวาดยอดขายไปก่อน และสร้างปัญหาตามมาทีหลัง จากการปรับทางเทคนิคของรถในแต่ละภูมิภาคไม่ตรงกัน เพื่อรองรับมาตรฐานน้ำมันของแต่ละภูมิภาค ซึ่งไทยมีค่ามาตรฐานต่ำกว่ายุโรป บีเอ็มดับเบิลยูจึงประกาศไม่รับประกันสินค้าและ บริการหลังการขายรถที่ไม่ได้ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สำหรับซีรี่ส์ 5 ใหม่ และรุ่นอื่นๆ ที่จะตามมาภายหลังนับตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป ส่วนรุ่นประกอบในประเทศนับถอยหลังอีก 9 เดือนจากเปิดตัวในตลาด
ไม่เพียงเท่านี้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู ยังเตรียมขนรถใหม่มาเปิดตัวอีกเพียบ โดยเฉพาะการเปิดเซกเม้นท์ใหม่ คอมแพ็คต์เอสยูวีหรูในไทย กับการนำเข้า บี เอ็มดับเบิลยู X1 ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับเอสยูวีรุ่น X3 ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในไทย โดยใช้ทั้งระบบขับเคลื่อนและเครื่อง ยนต์ร่วมกัน แต่ถูกวางตัวให้ทำตลาดต่ำกว่า โดยหวังแชร์ส่วนแบ่งจากกลุ่มลูกค้า หลักของโฟล์คสวาเกน Tiguan และฮอนด้า ซีอาร์-วี ด้วยการตั้งราคาแพงกว่านิดหน่อย สำหรับเมืองไทยคงไม่ใช่นิดหน่อยแน่
ส่วนเครื่องยนต์ที่จะทำ ตลาดยังไม่เปิดเผย แต่หากจะเปิดตลาดใหม่จริงๆ บีเอ็มดับบลิวต้องนำเข้าเครื่องยนต์เทอร์ โบดีเซล 2.0 ลิตรมาทำตลาด แต่ดูแล้วหวยน่าจะออกที่เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร ส่วนที่ตามมาในปีนี้ บีเอ็ม ดับเบิลยู Z4 sDrive35is ที่เพิ่มความแรงจากรุ่นท็อป Z4 sDrive35i เป็น 340 แรงม้า และเสริมความเข้มกับชุดแต่ง M Package โดยควงคู่มากับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ย์ 3 คูเป้ และคอนเวิร์ทติเบิลใหม่ เท่านั้นยังไม่พอในส่วนของ มอเตอร์ไซค์ ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรุ่น เช่น บีเอ็มดับเบิลยู S1000RR Superbike และรุ่น R1200 ทั้งในตัวถังแบบ GS, GS Adventure และ RT ขณะที่แบรนด์ในเครืออย่าง “มินิ” ปลายปีเตรียมเปิดตัวรุ่น “Countryman” ซึ่งเป็นตัวถังใหม่จากค่ายมินิ ด้วยการขยายตัวถังให้เป็นรถแบบ 4 ประตู แต่ความเป็นเอกลัษณ์ของมินิยังคงมีเต็มเปี่ยม มากันที่ค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ แน่นอนไฮไลต์หลักปีนี้ย่อมต้องตัว ธง “อี-คลาส” โฉมใหม่ (W212) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ(CKD) โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการรุ่นแรกไปแล้ว กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ E300 AVANTGARDE เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร 219 แรงม้า เคาะราคาออกมาที่ 4.999 ล้านบาท และแน่นอนภายในปีนี้จะมีทยอยตามออกมา อีก โดยเฉพาะเครื่องยนต์ 4 สูบ ซึ่งขณะนี้กำลังรอการอนุมัติผ่านมาตรฐาน มลพิษจากกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่
และอีกโมเดลที่เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ เช่นกัน “เอส-คลา ส” ซึ่ง ได้มีการปรับรูปลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นไฟคู่หน้า และไฟท้ายใหม่ แถมยังพกพามความทันสมัยและ เทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ โดยเฉพาะจอภาพแสดงผลแบบ SPITVIEW ซึ่งสามารถแสดงภาพสองมุมมองภายใต้จอแสดงผลเดียว เพราะในขณะผู้ขับขี่อ่านแผนที่จากระบบเนวิเกเตอร์ ผู้โดยสารด้านหน้าก็สามารถ ชมภาพยนต์จากเครื่องเล่นดีวีดีได้ ถือเป็นครั้งแรกของโลกยานยนต์ทีเดียว โดยเอส-คลาสใหม่มี 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น S300L ราคา 7.799 รุ่น S350 CDI EFFICIENCY L ราคา 7.99 ล้านบาท และรุ่น S500L ราคา 10.999 ล้านบาท
ส่วนรถนำเข้าที่มาสร้างสีสันหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นสปอร์ตปีกนก SLS AMG ที่ได้รับอิทธิพลในการออก แบบและสร้างสรรค์ จากความคลาสสิคอย่างรุ่น 300SL หรือ Gullwing โดยเฉพาะประตูทั้ง 2 บาน ซึ่งเปิดขึ้นในลักษณะปีกนกเช่นกัน ติดตั้งขุมพลังแบบเดียวเป็นเครื่องยนต์วี8 ขนาด 6,300 ซีซี 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 48.9 กก.-ม. ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์ 7 จังหวะแบบกึ่งอัตโนมัติ ใช้เวลา 3.7 วินาที ในการทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วสูงสุด 317 กิโลเมตร/ชั่วโมง

จากการเปิดเผยแผนธุรกิจของสองค่ายยักษ์ในตลาดหรู คงจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้พอสมควร ส่วนจะทำได้อย่างที่พูดไว้หรือไม่? สุดท้ายบรรดาเศรษฐีไทยจะเป็นผู้ตัดสิน ให้รางวัลหรือลงโทษเอง!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์