Subscribe

RSS Feed (xml)

Powered By

Skin Design:
Free Blogger Skins

Powered by Blogger

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รู้ให้ทันไฟแนนซ์ [Finance]


คนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราๆ ท่านๆ จะซื้อจะหาอะไรซักอย่างที่มีราคาหลักหมื่น ก็ต้องคิดกันนานละครับ ทั่วไปหากคิดจะซื้อสินค้าผ่อนส่งอะไรก็ตาม ต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับตัวเลขค่างวดเงินผ่อนที่บริษัทลีสซิ่งหรือบริษัทไฟแนนซ์จะแจ้งให้คุณทราบว่าเป็นจำนวนเท่าใด เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้บริโภคต้องรู้ ต้องเข้าใจวิธีการคิดตัวเลข จึงจะป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกโกงโดยไม่รู้ตัว และเชื่อได้ว่ามีประชาชนจำนวนมาก ๆ ที่ถูกโกงมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งพวกที่ผ่อนหมดไปแล้วหรือพวกที่กำลังผ่อนชำระกันอยู่ โดยปกติสินค้าที่เกี่ยวกับเงินผ่อนไม่ว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างมีวิธีการคิดค่างวดเงินผ่อนที่เหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงดอกเบี้ยที่คิดเท่านั้น เพียงแต่ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจกับ 3 องค์ประกอบต่อไปนี้เป็นพื้นฐานก่อนคือ
1. สินค้าที่จะซื้อเงินผ่อน เป็นสินค้าใหม่หรือสินค้าใช้แล้ว
2. ผู้ขายสินค้าอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เป็น บุคคล หรือ นิติบุคคล
3. ภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะนั้นมีอัตราเท่าใด
ในกรณีสินค้าใหม่นั้น ราคาที่ผู้ขายบอกขายจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วทั้งสิ้น เช่น รถยนต์ใหม่ราคา 2,500,000 บาท รถจักรยานยนต์ใหม่ราคา 60,000 บาท เครื่องรับโทรทัศน์ใหม่ราคา 12,000 บาท เป็นต้น
ส่วนสินค้าใช้แล้วนั้น จะขึ้นอยู่กับผู้ขายด้วย กล่าวคือ ถ้าผู้ขายเป็นนิติบุคคลที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคาของสินค้าใช้แล้วย่อมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเช่นกัน แต่ถ้าผู้ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาขายของสินค้าใช้แล้วนั้นไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถมือสองที่ขายโดยเต๊นท์รถต่าง ๆ ส่วนมากจะไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเต๊นท์ที่ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ผู้บริโภคต้องถามให้ชัดเจนว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยังไม่รวม ก่อนตัดสินใจซื้อแบบเงินผ่อน สำหรับการคิดค่างวดนั้น จะขอยกตัวอย่างวิธีคิดที่ถูกต้องที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้า
ที่มีราคาขายที่ 1,600,000 บาท (ถอด VAT 7% = 1,495,327.10) เขามีวิธีคิดดังนี้ครับ:
สินค้าที่ถอดมูลค่าเพิ่มออก สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม
รถยนต์ใหม่/รถมือสอง 1,495,327.10 1,600,000
หัก เงินดาวน์ 373,831.77 400,000 (จ่ายให้เต๊นท์รถ)
เงินกู้เช่าซื้อ 1,121,495.33 1,200,000
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 112,149.53 120,000
รวมยอดผ่อนชำระ 1,233,644.86 1,320,000
ค่างวดต่อเดือน (หารด้วย 24) 51,401.87 55,000
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,598.13 3,850
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 55,000 x 24 58,850 x 24
จะเห็นได้ว่าซื้อสินค้าจากผู้ขายที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องการผ่อน จำนวนเงินที่ผ่อนจะสูงกว่าเพราะบริษัทลีสซิ่งจะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้า ไปด้วยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ประเด็นนี้ยังพอทำใจได้ ที่จะกล่าวถึงตามหัวเรื่องที่เขียนจะเกิดกับสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมา แต่แรกแล้ว ซึ่งจะเป็นสินค้าใหม่ จากที่เคยเห็นและรับปรึกษาให้แก่ผู้บริโภคที่เดือดร้อน เมื่อนำสัญญาเช่าซื้อที่ทำกับบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ทั้งใหญ่และกลาง บางแห่งมาดูพบว่ามีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ถือว่าเป็นการโกงผู้บริโภคโดยแท้จริง โดยการแสดงวิธีคิดที่สับสนเล็กน้อย ดังนี้ :
รถยนต์ใหม่ 1,600,000.00 (ตัวเลขรวม VAT)
หัก เงินดาวน์ 400,000.- 373,831.77 (ตัวเลขถอด VAT)
เหลือเงินกู้ 1,226,168.23
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 122,616.82
รวมยอดผ่อนชำระ 1,348,785.05
ค่างวดต่อเดือน (หาร 24) 56,199.38
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,933.96
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 60,133.33 x 24
วิธี คิดข้างต้นใช้แบบผสมที่ไม่ถูกต้อง แต่ผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษาจะไม่ทราบ และยอมผ่อนตามที่แสดงไว้
เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดกับข้อเสนอจากบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ที่ คิดดอกเบี้ยเช่าซื้อถูกเป็นพิเศษ
และใช้วิธีโกงข้างต้นตลบหลังบวกเพิ่มโดยผู้เช่าซื้อไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะ! วันนี้ได้ตรวจดูสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้หรือยัง คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่โดนแล้วก็ได้…จะบอกให้ คุณต้องรู้ให้ทันพวกนี้ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น